Opus One ส่วนผสมที่ลงตัวระหว่าง Bordeaux และ Napa Valley

19 มีนาคม 2025
Posted in: Recommended
More from this author
By WINE-NOW

Opus One (โอปุส วัน) เป็นไวน์ระดับไอคอนที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง Robert Mondavi ผู้บุกเบิกวงการไวน์ Napa Valley แห่งสหรัฐอเมริกา และ Baron Philippe de Rothschild เจ้าของ Chateau Mouton Rothschild ไวน์ Grand Cru Classe จาก Bordeaux ประเทศฝรั่งเศส

Opus One vineyard and founders

จุดเริ่มต้นของตำนาน

ในปี 1970 ทั้งสองพบกันโดยบังเอิญที่เกาะฮาวาย และเริ่มหารือกันถึงการสร้างไวน์ที่รวมเอาความเชี่ยวชาญของ Old World และ New World ไวน์วินเทจแรกผลิตขึ้นในปี 1979 โดยมี Lucien Sionneau จาก Mouton Rothschild เป็นหัวหน้าไวน์เมกเกอร์

ชื่อ Opus One กับความหมายที่ลึกซึ้ง

ในปี 1980 ชื่อ “Opus One” ได้ถูกตั้งขึ้น โดยคำว่า “Opus” มาจากภาษาละติน แปลว่า "ผลงานทางดนตรีหรือศิลปะชิ้นสำคัญ" สะท้อนถึงความร่วมมืออันไร้ที่ติ

Opus One bottles

 

เบื้องหลังการผลิตไวน์สุดพรีเมียม

องุ่นที่ใช้ประกอบด้วย Cabernet Sauvignon, Petit Verdot, Cabernet Franc, Merlot และ Malbec ซึ่งจะเก็บด้วยมือ นำไปหมักในถังสแตนเลส 21–37 วัน จากนั้นบ่มในถังโอ๊คฝรั่งเศส 18 เดือน และบ่มในขวดอีก 18 เดือน

การเปิดตัวและความยิ่งใหญ่ระดับโลก

ปี 1984 วางจำหน่ายวินเทจแรกของ Opus One ทั้งปี 1979 และ 1980 ด้วยราคาขวดละ 50 ดอลลาร์ ซึ่งถือว่าสูงในยุคนั้น และในปี 1988 เริ่มมีการส่งออกสู่ตลาดโลก โดยเฉพาะยุโรป ซึ่งในตอนแรกยังไม่ให้การยอมรับมากนัก แต่คุณภาพก็ค่อย ๆ พิสูจน์ตัวเองได้

 

Opus One wine label

 

ข้อมูลเพิ่มเติมและเกร็ดน่าสนใจ

  • การตั้งชื่อ Opus Oneชื่อ "Opus One" มาจากภาษาละติน แปลว่า "ผลงานชิ้นเอก" ซึ่งสะท้อนถึงความตั้งใจของผู้ผลิตในการสร้างสรรค์ไวน์ที่ยอดเยี่ยม ​

  • การผลิตไวน์Opus One เป็นไวน์สไตล์บอร์กโดซ์ที่มี Cabernet Sauvignon เป็นส่วนประกอบหลัก ผสมกับองุ่นสายพันธุ์อื่นๆ เช่น Merlot, Petit Verdot, Cabernet Franc และ Malbec เพื่อเพิ่มความซับซ้อนของรสชาติ

  • ไร่องุ่น To Kalonองุ่นที่ใช้ในการผลิต Opus One มาจากไร่องุ่น To Kalon ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ปลูกองุ่นที่ดีที่สุดใน Napa Valley

  • ความต้องการในตลาดด้วยความต้องการที่สูงและการผลิตที่จำกัด ทำให้ Opus One เป็นไวน์ที่นักสะสมและนักดื่มทั่วโลกต้องการครอบครอง ​

  • การป้องกันการปลอมแปลงเนื่องจาก Opus One เป็นไวน์ที่มีมูลค่าสูง จึงมีการปลอมแปลงมากมาย ผู้ผลิตได้ร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยในการใช้หมึกพิเศษพิมพ์บนแคปซูลที่ปิดขวดไวน์ เพื่อป้องกันการปลอมแปลง

 

มรดกที่ยังคงสืบต่อ

Baron Philippe เสียชีวิตในปี 1988 และส่งไม้ต่อให้ลูกสาว Baroness Philippine de Rothschild สานต่อเจตนารมณ์ ส่วน Robert Mondavi ได้เห็นความสำเร็จของ Opus One ก่อนเสียชีวิตในปี 2008 Opus One จึงไม่ใช่แค่ไวน์ แต่เป็นสัญลักษณ์ของตำนาน ความร่วมมือ และศิลปะแห่งการสร้างสรรค์ไวน์

สรุป

Opus One เป็นผลลัพธ์ของความร่วมมือระหว่างสองตำนานแห่งวงการไวน์ ที่นำความเชี่ยวชาญจากสองทวีปมาผสมผสานกันอย่างลงตัว ทำให้ไวน์นี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และเป็นที่ต้องการของนักดื่มทั่วโลก